แค่ตัวเลือก-season5

posted on 22 Nov 2009 12:07 by frogchocolate

 

แค่ตัวเลือก-season five

เดินกับเธอดังคนรักกัน และยิ้มให้กันดังคนรู้ใจ
ทุกความจริงใจที่ให้เธอไป มันคงกลับมาแค่ครึ่งเดียว
ก็เข้าใจเธอมีเขาอยู่ และพอจะรู้ควรยืนที่ใด
ไม่ว่าพรุ่งนี้เธอจะรักใคร สุดท้ายฉันพร้อมยินดี
แค่เวลานี้ที่ฉันมีเธอ ถึงแม้ว่าใครจะมองว่าตัวฉันโง่ จะยังไง ก็ไม่สน
ให้ฉันเป็นคนอะไรก็ได้ฉันยอม เพื่อเธอ
รู้ ว่าฉันนั้นเป็นได้แค่ตัวเลือก เป็นคนที่อยู่ในเมื่อเธอนั้นเบื่อ
เมื่อตอนที่เธอรู้สึกว่าเหงา
ฉัน ก็ไม่มีวันจะเอื้อมไปเทียบกับตัวเขา
คนๆนั้นที่เธอทุ่มเทให้หมดใจ
แม้ข้างในใจยังหวังอยู่ ว่าเธอจะแคร์และมองเห็นใจ
และฉันจะลืมมันไปให้ได้ ไม่ทำให้เธอกังวล
แค่เวลานี้ที่ฉันมีเธอ ถึงแม้ว่าใครจะมองว่าตัวฉันโง่ ก็ไม่สน
ให้ฉันเป็นคนอะไรก็ได้ฉันยอม เพื่อเธอ
รู้ ว่าฉันนั้นเป็นได้แค่ตัวเลือก เป็นคนที่อยู่เมื่อเธอนั้นเบื่อ
เมื่อตอนที่เธอรู้สึกว่าเหงา
และฉัน ก็ไม่มีวันจะเอื้อมไปเทียบกับตัวเขา
คนๆนั้นที่เธอทุ่มเทให้หมดใจ
อาจจะเจ็บลึกเกินทนไหว และอาจจะข้ำจนต้องร้องไห้
แต่ความรักนั้นเหนือสิ่งอื่นใด จะเป็นยังไงก็ตามจะอยู่ตรงนี้
แค่ได้รักเธอก็พอ คือเรื่องเดียวที่ฉันต้องการ
และรู้ ฉันไม่มีวันจะเทียบได้เลยกับตัวเขา
คนๆนั้นที่เธอแอบห่วง คนๆนั้นที่เธอยังแคร์
คนที่แม้จะเป็นยังไง..เธอก็รัก

 

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

เพลงนี้มันเพราะโดนใจจี๊ดๆเลยอ่า

หายจากการอัพบล๊อคไปนานมั๊กๆ

ก็แอบไปมีเรื่องมีราวทำมานิดหน่อย อิอิ

ที่สำคัญคือ ไปผ่าตัดซีสที่คอออกไปเรียบร้อย

ประสบการณ์การขึ้นเตียงผ่าตัดเป็นครั้งแรก

และหวังจะไม่มีครั้งต่อไป (ก็มันกลัวนี่หน่า)

ตอนนี้ก็ยังแอบเจ็บๆคันๆอยู่นิดๆ แต่คงจะไม่เป็นไร

วันนี้ก็จะเอาที่ปิดแผลออกล่ะ สบายๆ (แอบคัน...อีกล่ะ)

ช่วงนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาหาหัวข้อทำสารนิพนธ์

โอ๊ยๆๆๆ กะอีแค่หัวข้อ ทำไมมันยากมันเย็นแบบนี้เนี้ย

วุ่นวายน่าดู ไปหอสมุดเกือบครบทุกมหาลัยแร่ะ

ออกจากหอสมุดมาก็เที่ยวๆ กินๆ จนตอนนี้แน่นไปหมด

ต้องทำการลดโดยด่วน มิเช่นนั้น ซีสที่เกิดจากไขมัน

อาจจะกลับมาอีกได้โดยไม่รู้ตัว แล้วจะทำให้เสียกะตังค์อีกหลายพัน ฮ๊าาา

อากาศเริ่มหนาว เราก็พยายามจะหาธีมหน้าหนาวมาใส่บล๊อค

แต่ยังไม่รูปโดนใจสักกะที เลยเอาภาพนี้ไปก่อน...ชั่วคราว

ใครยังมองเห็นเป็น Dear Boy อยู่กรุณากด F5 เบาๆ แล้วค่อยอ่าน

ทีสำคัญ...ช่วงนี้กำลังเฮิร์ท เจ็บช้ำระกำทรวง โอ๊ย สุดจะบรรยาย 555+

เลยอาจจะไม่ค่อยมีเรื่องให้มาอัพบล๊อคมากมายนัก

เอาเป็นว่าขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพในฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนนี่ด้วยนะคะ

 

ปล. วันเสาร์ที่ 28 มีงานรำลึกการรับรางวัลของอาจารย์สุเชาว์ หริมพานิช จัดกันเงียบๆ แต่คงจะสนุกดี

ปล.1 แอบเหงา แอบ..... โอ๊ยมากมาย ต้องแก้ด้วยกัยช๊อปปิ้ง 5555+

ปล.2 ขอบคุณภาพพื้นหลังจาก Google

คำเตือน!!!...อาจจะโหลดโหดไปนิดต้องขออภัย

วันนี้มีโอกาสนัดเพื่อนพ้องและรุ่นน้องที่มหาลัย

ออกเดินทางไปทำบุญไหว้พระในกรุงเทพกัน

โดยตั้งใจว่าจะไหว้ให้ครบ 7 วัด 2 ศาล

แต่กว่าจะรอคนพร้อม กว่าจะกินข้าว ก็ปาไปเกือบ 10 โมง

หลังจากไหว้ไปได้ 3 วัด สายฝนก็พากันโปรยปราย

ระหว่างทางไปวัดที่ 4 ผ่านพิพิธภัณฑ์สยาม เลยแวะเข้าไปดูกัน

ด้วยราคา 25 บาท เมื่อเป็นนักเรียน-นักศึกษา ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

ถ้ามาน้อยกว่านี้ก็คนล่ะ 50 บาท แต่ก็คุ้มมากๆ

เพราะเป็นพิพิธภัณธ์แห่งการเรียนรู้แนวใหม่ ที่มีเทคโนโลยีเจ๋งๆ

มาให้พวกเราได้สนุกไปกับการเรียนรู้ อย่างไม่เคยมีมาก่อน

ซึ่งสามารถหยิบ จับ ดู แตะ หมุน เลื่อน ทุกอย่างได้ (ที่เห็นว่าจะไม่ทำของพัง)



ทางเข้าพิพิธภัณฑ์สยาม
ทางเข้าพิพิธภัณฑ์สยาม หรือกระทรวงพาณิชย์ (เดิม)

มิวเซียมสยาม หรือ พิพิธภัณฑ์สยาม พิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ เป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนถนนสนามไชย กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการเมื่อ 2 เมษายน พ.ศ. 2551 โดยใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดียมาเป็นตัวสร้างความตื่นตาตื่นใจผสมผสานกับ บรรยากาศแห่งความรู้ โดยแบ่งเป็น 3 ชั้น โดยควรเริ่มเยี่ยมชมตั้งแต่ชั้น 1 แล้วขึ้นไปที่ชั้น 3 จากนั้นปิดท้ายที่ชั้น 2 ดังนี้

ชั้น 1

  • ตึกเก่าเล่าเรื่อง : ความเป็นมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ (เดิม)
  • เบิกโรง : นำเข้าสู่การชมมิวเซียมสยาม ผ่านตัวละครต่าง ๆ
  • ไทยแท้ : ห้องแสดงวัฒนธรรม เอกลักษณ์ของไทย

ชั้น 3

  • เปิดตำนานสุวรรณภูมิ : ห้องจัดแสดงที่ตั้งของดินแดนที่เรียกว่าสุวรรณภูมิ ชาติพันธุ์ในดินแดนนี้ และวิธีการขุดค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์
  • สุวรรณภูมิ : ห้องจัดแสดงความเป็นอยู่ของผู้คนในสุวรรณภูมิ การติดต่อกับต่างประเทศ และหลักฐานประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิ
  • พุทธิปัญญา : ห้องแสดงหัวใจพระพุทธศาสนาและเรื่องราวที่แสดงถึงสัจจธรรม
  • กำเนิดสยามประเทศ : ห้องแสดงเรื่องราวความเป็นมาอาณาจักรต่าง ๆ ในดินแดนสยาม และตำนานต้นกำเนิดกรุงศรีอยุธยา
  • สยามประเทศ : ห้องแสดงเรื่องราวความเป็นอยู่ในสมัยอยุธยา และรูปจำลองเรือแบบต่าง ๆ ตั้งแต่เรือพื้นบ้านถึงเรือพระราชพิธี
  • สยามยุทธ์ : ห้องแสดงรูปแบบการรบ กำลังพล และการทำสงครามในสมัยอยุธยา

ชั้น 2

  • แผนที่ : ความยอกย้อนบนแผ่นกระดาษ ห้องแสดงแผนที่ประเทศไทยในสมัยต่าง ๆ
  • กรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา : ห้องแสดงเรื่องราวเมื่อสิ้นกรุงศรีอยุธยา เริ่มตั้งกรุงธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ การอพยพของคนชาติต่าง ๆ ในสยาม และการเปรียบเทียบว่ากรุงรัตนโกสินทร์เหมือนกับกรุงศรีอยุธยาอย่างไร
  • ชีวิตนอกกรุงเทพฯ : ห้องแสดงวิถีชีวิตของคนในชนบทนอกกรุงเทพฯ โดยมีเรื่องข้าวเป็นหลัก
  • แปลงโฉมสยามประเทศ : ห้องแสดงการเปลี่ยนแปลงสยามในสมัยรัชกาลที่ 5 และเรื่องราวของถนนเจริญกรุง
  • กำเนิดประเทศไทย : ห้องแสดงเรื่องราวในสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย
  • สีสันตะวันตก : ห้องแสดงวัฒนธรรมตะวันตกที่เริ่มเข้ามาในประเทศไทย
  • เมืองไทยวันนี้ : ห้องอุโมงค์กระจกขนาดใหญ่ มีโทรทัศน์ขนาดเล็กรายล้อมทั่วห้อง
  • มองไปข้างหน้า : ห้องสำหรับแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าชม ด้วยระบบคอมพิวเตอร์แสดงข้อความบนผนัง

museelogo

บรรยากาศภายนอก
บรรยากาศภายนอกมิวเซียมสยาม

บรรยากาศภายนอกมิวเซียมสยาม
บรรยากาศภายนอกมิวเซียมสยาม

การเดินทาง/การเข้าชม

เดินทางไปง่ายมาก โดยทางเข้าพิพิธภัณฑ์อยู่บนถนนสนามไชย ตรงข้ามโรงเรียนราชบพิธ และไม่ไกลจากสถานีตำรวจนครบาล พระราชวัง โดยท่านสามารถนำรถเข้าไปจอดได้ในตัวพิพิธภัณฑ์ หรือ ใช้บริการรถเมล์ก็ได้ ซึ่งมีอยู่หลายสายที่ผ่าน ได้แก่ 3, 6, 9, 12, 32, 44, 47, 48, 64, 53, 82, 524

มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์สยาม

งานวัด ที่ พิพิธภัณฑ์สยาม
ห้องงานวัด ที่พิพิธภัณฑ์สยาม

หลากหลายเผ่าพันธุ์ในดินแดนสุวรรณภูมิ
หลากหลายเผ่าพันธุ์ในดินแดนสุวรรณภูมิ

อลังการกรุงศรี ที่มิวเซียมสยาม
อลังการกรุงศรี อีกห้องหนึ่งในมิวเซียมสยาม

บันไดวน
บันไดวน

เครื่องมือสร้างชาติ
เครื่องมือสร้างชาติ จากสยามกลายเป็นไทย

(ตรงนี้มีวิทยุหมุนได้จริงๆด้วย ไปหมุนฟังเพลงเก่าๆมาหลายรอบ อิอิ)

ขอคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  www.romebe.com/2009/04/12/มิวเซียมสยาม/
 
จากนั้นหลังจากอิ่มแอมไปกับการเป็นไทยแท้อยู่ 3 ชั่วโมง
 
การเดินทางไหว้พระของเราก็มีอันต้องจบลง ด้วยฝนที่ตกโปรยปราย
 
และด้วยการเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามากๆ เลยหาอาหารเจกินกันที่ท่าช้างเหมือนตอนเช้า
 
แล้วก็ต่อด้วยการไปดูหนังที่เมเจอร์ปิ่นเกล้า...
 
ซึ่งก็เป็นโชคดีมากๆที่ ตอนนี้เมเจอร์มีโปรโมชั่นทุกวันพุธ ทุกเรื่อง ทุกรอบ 60 บาท
 

ดูหนัง 60 บาท ทุกวันพุธ ทุกเรื่อง ทุกรอบ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เราก็เลยได้ดูหนังเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธออย่างสบายใจ แต่คนแน่นมั๊กๆ
 



เรื่องย่อ หนัง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

สภาพจราจรในปี 2552 ยังเป็นปัญหาหนักอกของคนกรุงเทพฯ ด้วยแม้จะมีถนน สะพาน ทางด่วนใหม่ๆผุดขึ้น
หลายต่อหลายสาย ผิวจราจรเหล่านั้นก็ยังติดขัดและไม่เพียงพอต่อความต้องการ...ถนนในกทม.ก็เหมือนหนุ่ม
หล่อแสนดี ที่มีน้อยและไม่เคยเพียงพอต่อความต้องการ!

เหมยลี่ (คริส หอวัง) เป็นสาวอายุ 30 ที่มีพฤติกรรมป่วนประจำตัวอย่างหนึ่ง คือ การเมาในงานแต่งงานเพื่อน
เพราะมันช่างตอกย้ำซ้ำเติมชีวิตโสดสนิทไร้ชายใดมาแผ้วพานของลี่ วันหนึ่งหลังลากสังขารกลับจากการส่งเพื่อนสาวสุดซี้เข้าห้องหอ ลี่ขับรถเสยเข้ากับแผงโจ๊กในตลาดโต้รุ่ง ส่งผลให้รถเก๋งคันงามของเธอถูกป๊าผู้ต่อต้านแอลกอฮอลล์ทุกชนิด ขายทิ้ง โทษฐานเมาแล้วขับ

ชีวิตที่ไม่มีชายหนุ่มคอยไปรับไปส่งอย่างลี่ จึงต้องออกไปผจญการจราจรสุดโหดของเมืองบางกอกเพียงลำพัง แต่ละวัน ลี่ ต้องปากกัดตีนถีบ ขึ้นมอเตอร์ไซค์ ต่อรถตู้ โบกแท็กซี่ โหนรถเมล์ โดดลงเรือ ฯลฯ สารพันความเมื่อยล้าจากการเดินทางแบบเมก้าฮิตทำให้เวลานอนของลี่แปรปรวน

คืนหนึ่งลี่ตื่นมากลางดึกและแอบขึ้นไปกินเบียร์บนดาดฟ้า โชคดีปนร้าย ลี่บังเอิญไปเจอลูกจ้างชายหญิงกำลังแสดง "หนังสด" กันอยู่ กลายเป็นคดีอื้อฉาวกลางดึกที่นำพาให้ลี่ได้พบกับ ลุง (เคน – ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) วิศวกร Maintenance แห่งรถไฟฟ้า BTS

การได้พบกับผู้ชายชื่อแปลกคนนี้แบบไม่เมา ในคืนต่อมาทำให้ลี่เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในสามสิบฝน
ในหัวลี่อัดแน่นด้วยคำถาม "ผู้ชายที่ทั้งขาว ทั้งหล่อ ทั้งเท่ ไหงถึงมาซ่อนตัวทำงานรถไฟฟ้ากะดึกอยู่อย่างนี้"

ลี่รู้สึกราวกับว่า ลุง คือ ขุมทรัพย์ที่เธอบังเอิญไปพบลายแทงเข้า หากเธอไม่ลงมือทำอะไร ไม่ทำในสิ่งที่ใจต้องการ เธออาจกลายเป็นหญิงโสดคนสุดท้ายในกรุงเทพมหานคร  ลี่ตัดสินใจทำในสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนเคยคิด แต่ไม่กล้าลงมือ นั่นคือ การจีบผู้ชายก่อน!!

แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ง่ายสำหรับมือใหม่หัดจีบอย่างลี่ ไหนจะเวลาไม่ตรงกันจนเหมือนอยู่คนละโลกของเขากับเธอ ไหนจะถูก เพลิน (แพท - อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) สาวน้อยข้างบ้านหักหลัง แปรพักตร์จากครูไปเป็นคู่แข่งความรัก แต่ไม่ว่าจะต้องผจญอุปสรรคไหน ๆ ลี่ก็ไม่คิดถอดใจ ตั๋วรักรถไฟ(ฟ้า) เที่ยวสุดท้ายใบนี้ ลี่สาบานว่าจะไม่ยอมให้หลุดมือ เด็ดขาด!

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก www.modxtoy.com/newboard/lofiversion/index.php/t89341.html

 

ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ เพราะสามารถเรียกได้ทั้งเสียงหัวเราะ และรอยน้ำตา

เป็นหนังแนวกุ๊กกิ๊กน่ารักๆ ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคำๆนึง

"แฟนน่ะ...เขาไม่ได้มีเพื่ออยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีไว้เพื่อให้รู้ว่ายังมีคนที่รักเรา"

เนื้อเรื่องทำออกมาไม่งงเลย ภาพก็สวย คู่พระนางก็น่ารัก ที่นางเอกหน้าดูมึนทั้งเรื่อง

ส่วนพระเอกก็น่ารักซ่ะ พวกสาวๆที่นั่งด้านหลังนี่ก็ส่งเสียงกรี๊ดพี่เคนกันทั้งเรื่อง

ดูแล้วทำให้นึกถึงเรื่องราว นึกถึงคน นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราอย่างมากมาย

แต่การโทรศัพท์ไปหาใครสักคน...กลับกลายเป็นเรื่องเศร้าใจ เลยหมดอารมณ์กะหนังไปเลย

อยากดูอีกสักรอบ และรอดู new moon อย่างใจจดจ่อมากมาย

 

ปล. วันนี้ชนะใจตนเองได้อย่างน้อยก็ 1 เรื่อง สุดยอด!!!

ปล.1 "โปรดส่งใครมารักฉันที...อยู่อย่างนี้มันเหงาเกินไป" ร้องเพลงนี้ทั้งวันเลย

ปล.2 วันศุกร์นี้จะได้จรลีกลับไปอยู่บ้านสัก 2 อาทิตย์ก่อนเปิดเทอม

ฮ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา...

คิดถึงเพื่อนๆชาวบล๊อคทู้กกกก~คนเลยล่ะ

หายไปนานมาก ไม่ได้เดินทางไปไหนไหลเลยอ่ะ

ตรากตรำทำงานส่งอาจารย์ให้ทันก่อนส่งคะแนนเท่านั้นเอง

งานบางงานก็แลกมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล...

งานบางงานก็แลกมาด้วยน้ำตา...

และงานบางงาน...แม้จะลงแรงไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็นผล

เฮ้ออออ...แต่มันก็ผ่านไปแล้วล่ะ~

กำลังเตรียมตัวก้าวเข้าสู่ช่วงสุดท้าย เทอมสุดท้ายของชีวิตเด็กมหาลัย

คิดไปแล้วใจหาย เรียนมาจะครบสี่ปีแล้วหรือเนี้ย!!!

เวลาช่างผ่านไปเร็วดีเสียจริง ยังแอบนึกว่าเมื่อวานยังเป้นเด็กปีหนึ่งอยู่เลยนะ แห่ะๆ

ก่อนที่จะเข้าเรื่องเข้าราว มีหลายคนแอบถามมาว่าหายหน้าหายตาไปไหนมา???

นอกจากจะตรากตรำทำงานหนักแล้ว ก็ยังได้ไปทำบุญ ถือศีล กินเจ

ซึ่งช่วงนี้ก็เข้าเทศกาลกินเจพอดี เลยถือโอกาส กินเจยาวไปเท่าที่จะมีโอกาสได้กิน

พอกินแล้วก็รู้สึก จิตใจเบิกบาน หน้าตาสดใส สบายเนื้อสบายตัว

ที่สำคัญ...มีคนทักว่าผอมลงด้วยล่ะ (อันนี้เป็นปลื้ม) เอิ๊กกกกก

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า (นี่ยังไม่เข้าอีกหรอเนี้ย!!!)

ว่าด้วยเรื่องของการกอด และอ้อมกอดของใครสักคน

 

"อ้อมกอดสามารถทำสิ่งที่น่าทึ่ง

อ้อมกอดสามารถปลอบใจยามคุณเศร้า

อ้อมกอดสามารถบอกว่า "ฉันรักเธอเหลือเกิน"

หรือ "โอย ไม่อยากให้เธอจากไปเลย"

อ้อมกอดคือ "ขอต้อนรับกลับอีกครั้ง"

และ "ดีใจจังที่ได้เจอ! เธอหายไปไหนมา"

อ้อมกอดสามารถบรรเท่าความเจ็บปวดของเด็กน้อย

และเรียกสายรุ้งงดงามหลังฝนกระหน่ำ

อ้อมกอด! ไม่ต้องสงสัยเลย

ว่าเราจะอยู่ไม่ได้ถ้าขาดมัน

อ้อมกอดสร้างความเบิกบาน อบอุ่น และสะกดใจ

มันต้องเป็นเหตุผลของการที่พระเจ้าให้แขนเรามา

อ้อมกอดที่ยิ่งใหญ่สำหรับพ่อและแม่

วิเศษสำหรับพี่น้อง

และเป็นไปได้มากกว่าคุณป้าสุดที่รักของคุณ

จะชอบมันมากกว่าต้นไม้ในกระถาง

ลูกแมวปรารถนามัน ลูกหมาหลงใหลมัน

แม้แต่ผู้นำประเทศยังยอมสยบให้

อ้อมกอดสามารถทำลายกำแพงภาษา

และช่วยให้คุึณท่องเที่ยวได้สนุกขึ้น

อย่าห่วงว่าต้องสงวนมันไว้

ยิ่งคุณกอดมากเท่าไหร่ อ้อมกอดก็เพิ่มขึ้นเท่านั้น

รู้อย่างนี้แล้วรีบยืดแขนออกไป

วันนี้จงโอบกอดใครสักคน"

 

ที่มา...ดีน วอลลีย์ จาก หนังสือ I get english

 

ใกล้หน้าหนาวแล้ว...

ความอบอุ่นใดๆคงไม่อบอุ่นเท่า...

ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของใครสักคน...

อย่าลืมถามตัวเองว่า...

หนาวนี้ เรากอดใครแล้วหรือยัง?

ถ้ายัง...หันกลับไปมองรอบๆตัวเราสิ

ยืนแขนออกไป...แล้วไปกอดพวกเขากันเถอะ~

 

ปล. ปิดเทอมแล้วจร้าาาาา

ปล.1 มีงานมหกรรมหนังสือที่ศูนย์สิริกิตฯอีกแล้ว อย่าลืมไปกันนะ

ปล.2 อยากให้ทุกคนหันมากินเจ แค่ช่วงเทศกาลก็ยังดีเน๊อะ

ปล.3 เหนื่อยก็พักนะ~

ปล.4 เดือนนี้เป็นเดือนแห่งวันเกิดของคนสำคัญหลายคนจัง อิอิ

ปล.5 คิดว่าไม่แคร์หรอ คิดว่าทำไปเพื่ออะไร